13 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับพาสปอร์ต

พาสปอร์ต, หนังสือเดินทาง, เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับพาสปอร์ต

หนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต เป็นเอกสารที่มีค่าสำหรับการเดินทางเพื่อเปิดประตูเข้า-ออก และสำรวจโลกได้ แต่บางกลุ่มของพลเมืองโลกอีกไม่น้อย มันคืออุปสรรคในการเดินทางอย่างเสรี

ญี่ปุ่นแซงหน้าสิงคโปร์ ขึ้นแท่นพาสปอร์ตทรงพลังที่สุดในโลก เข้าได้ 189 ประเทศ

ต่อไปนี้คือ เรื่องราวบางส่วนที่น่าสนใจ และบอกเราถึงที่มาว่าทำไมเราต้องใช้เอกสารพิเศษนี้เพื่อการเดินทาง

1. คุณสามารถดูแสงเหนือได้...จากหนังสือเดินทางของชาติในแถบสแกนดิเนเวีย - ชาติในแถบสแกนดิเนเวีย ใช้แสงออโรร่า บอเรลลิส หรือ แสงเหนือ มาประกอบเป็นส่วนหนึ่งในหนังสือเดินทาง

ถ้าคุณใช้แสงยูวีส่องบนหนังสือเดินทางของชาติในแถบสแกนดิเนเวีย แสงเหนือจะปรากฏขึ้นมาให้เห็นบนหน้ากระดาษ

 

2. หนังสือเดินทางเล่มแรกอยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิลหน้ากระดาษที่ขาดรุ่งริ่งของตำราอายุ 300 ปีเล่มหนึ่ง

ในพระวรสารเนเฮเมียห์ (The book of Nehemiah) กษัตริย์อาร์ทาเซิร์กซีสที่หนึ่ง แห่งเปอร์เซีย (King Artaxerxes I of Persia) พระราชทานจดหมายให้แก่เจ้าหน้าที่คนหนึ่ง เพื่ออวยพรให้เขาเดินทางโดยปลอดภัยตลอดเส้นทางที่ผ่านดินแดนยูเดีย (Judea)

 

3. หนังสือเดินทางเริ่มกำหนดให้ติดรูป ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1

ซึ่งในอดีตคุณไม่จำเป็นต้องมีรูปในหนังสือเดินทาง

รูปในหนังสือเดินทางเป็นข้อกำหนดที่เกิดขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 หลังจากที่สายลับที่ทำงานให้กับเยอรมนีคนหนึ่งเข้าอังกฤษโดยใช้หนังสือเดินทางปลอมของสหรัฐฯ

 

4. ในกรณีที่น้ำหนักลด จำเป็นต้องทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่

อุปกรณ์หรือเครื่องประดับที่ใช้สำหรับถ่ายรูปเพื่อความเพลิดเพลิน ไม่จำเป็นสำหรับรูปถ่ายในพาสปอร์ต

ในสหรัฐฯ คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนรูปในหนังสือเดินทาง ถ้าน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลงมาก, มีการผ่าตัดที่ใบหน้า หรือถ้ามีการสักหรือลบรอยสักขนาดใหญ่ และเพิ่มหรือลดการเจาะบนใบหน้า

 

5. ภาพถ่ายครอบครัวเคยใช้ในหนังสือเดินทาง 

แค่เลือกภาพที่ดีที่สุดของคุณ

ในช่วงแรกที่มีการเริ่มใช้รูปถ่ายในหนังสือเดินทาง คุณสามารถนำภาพอะไรก็ได้ที่คุณชอบและมีภาพคุณรวมอยู่ในภาพนั้นด้วยมาใช้ รวมถึงภาพถ่ายหมู่ครอบครัว

 

6. ต้องทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ 6 เดือนก่อนที่หนังสือเดินทางเล่มเก่าจะหมดอายุ

อย่าเสี่ยงกับวันหมดอายุของหนังสือเดินทางก่อนที่จะเริ่มออกเดินทาง

บางประเทศกำหนดให้หนังสือเดินทางควรต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 90 วัน หลังจากเดินทางเข้าประเทศ รวมถึงประเทศส่วนใหญ่ในแถบยุโรป

แต่เพื่อความแน่นอน คุณควรเผื่อไว้สัก 6 เดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่หลายประเทศกำหนด เช่น จีน, อินโดนีเซีย, รัสเซีย, ซาอุดีอาระเบีย และอีกหลายประเทศ

ทั้งนี้เพื่อจะไม่ได้เกิดปัญหาติดอยู่ในประเทศนั้น โดยไม่สามารถเดินทางกลับได้

 

7. คนบางกลุ่มไม่จำเป็นต้องใช้หนังสือเดินทางเข้าประเทศออสเตรเลียผ่านทางรัฐควีนสแลนด์...

ถ้าคนกลุ่มนั้นเป็นพลเมืองที่มาจากหนึ่งในเก้าหมู่บ้านริมชายฝั่งที่ถูกกำหนดขึ้นมาเป็นพิเศษในปาปัวนิวกินี  พวกเขามีข้อตกลงพิเศษที่สามารถเดินทางเข้าออสเตรเลียผ่านทางรัฐควีนส์แลนด์ได้โดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทาง ข้อตกลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของสนธิสัญญาฉบับหนึ่งที่เกิดขึ้น เมื่อปาปัวนิวกินีได้เอกราช

 

8. นครรัฐวาติกันไม่มีการตรวจคนเข้าเมือง

ใครถือหนังสือเดินทางหมายเลข 1 ของนครรัฐวาติกัน...

นครรัฐวาติกันไม่มีการตรวจคนเข้าเมือง ขณะที่สมเด็จพระสันตะปาปาทรงถือหนังสือเดินทางหมายเลข 1 ของนครรัฐวาติกัน

 

9. ชาวอเมริกันจำนวนมากไม่มีหนังสือเดินทาง

ไม่ใช่คนทุกคนในสหรัฐ ฯ ที่ชอบเดินทางออกนอกประเทศ

กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐ ฯ ระบุว่า มีหนังสือเดินทางในสหรัฐ ฯ ประมาณ 121,512,341 เล่ม จากจำนวนพลเมืองอเมริกันราว 321,362,789 คน

 

10. ตองกาขายหนังสือเดินทาง

ตองกาเคยขายหนังสือเดินทางเล่มละ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 640,000 บาท

มีรายงานว่า สมเด็จพระราชาธิบดีเทาฟาอะเฮา ทูโพ ที่ 4 แห่งตองกา ซึ่งเสด็จสวรรคตแล้ว ทรงเคยขายหนังสือเดินทางของตองกาให้แก่ชาวต่างชาติ เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ประเทศ

 

11. หนังสือเดินทางของฟินแลนด์และสโลวีเนียมีลักษณะเหมือนหนังสือกรีด (flicker-book)

ถ้าคุณเบื่อเวลาที่ต้องรออยู่ที่สนามบิน และถือหนังสือเดินทางของฟินแลนด์และสโลวีเนีย คุณอาจจะมีอะไรทำแก้เบื่อได้

กรีดหน้าหนังสือเดินทางจากแผ่นหลังมาด้านหน้า ภาพที่อยู่ตรงท้ายของหน้าหนังสือเดินทางแต่ละหน้าจะกลายเป็นภาพเคลื่อนไหว

 

12. หนังสือเดินทางของนิการากัวปลอมแปลงได้ยากที่สุดในโลก

หนังสือเดินทางของนิการากัวมีการออกแบบเพื่อรักษาความปลอดภัยที่แตกต่างกันถึง 89 จุด รวมถึงภาพโฮโลแกรม และลายน้ำ ส่งผลให้มีรายงานว่า หนังสือเดินทางของนิการากัว เป็นเอกสารที่ปลอมแปลงได้ยากที่สุดในโลก

 

13. สมเด็จพระราชินีนาถแห่งสหราชอาณาจักร ทรงไม่มีหนังสือเดินทาง

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองแห่งอังกฤษ ทรงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการถือหนังสือเดินทาง เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ที่อนุญาตให้ออกหนังสือเดินทางให้แก่พลเมืองของพระองค์ ส่วนพระองค์เองไม่จำเป็นต้องมีหนังสือเดินทาง

อย่างไรก็ตาม เอกสารลับของพระองค์ทำหน้าที่เป็นหนังสือเดินทางแทน

หน่วยงาน The Queen's Messengers จะมีเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการส่งเอกสารลับนี้ไปทั่วโลก และเอกสารเหล่านี้ถือเป็นหนังสือเดินทางในตัวมันเอง

มีรายงานว่า หนังสือเดินทางในลักษณะนี้มีอยู่จริงเพียง 15 ฉบับเท่านั้น

 

 

CR: ขอขอบคุณ ข้อมูล https://www.bbc.com/thai/international-46795080?ocid=socialflow_facebook

ภาพ : www.google.com